Mt. Gox อดีตกระดานเทรดคริปโตชื่อดัง ได้ประกาศเลื่อนการชำระคืน Bitcoin ให้แก่เจ้าหนี้ออกไปอีกหนึ่งปีจนถึงเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ได้ล็อก Bitcoin มูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ไว้ไม่ให้เข้าสู่ตลาด คำถามสำคัญคือนี่เป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายสำหรับราคา Bitcoin ในอนาคต? นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยลดแรงกดดันในการเทขายครั้งใหญ่
สิ่งที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่เริ่มมีการชำระคืน ราคา Bitcoin กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 85% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดมีความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งอย่างมหาศาล ซึ่งสามารถดูดซับแรงเทขายที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ปัจจัยสำคัญมาจากอุปสงค์ที่ไม่หยุดยั้งของกองทุน US spot Bitcoin ETFs และการที่บริษัทมหาชนเข้าสะสม BTC อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ MicroStrategy (MSTR) ที่เข้าซื้อ Bitcoin ไปแล้วถึง 414,477 BTC (มูลค่าประมาณ 47,000 ล้านดอลลาร์) ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ Mt. Gox คืนให้เจ้าหนี้ถึง 3.9 เท่า แสดงให้เห็นว่าตลาด Bitcoin ในปัจจุบันมีสภาพคล่องและความลึกมากกว่าในอดีตมาก ทำให้การเลื่อนชำระคืน Bitcoin ที่เหลืออีก 4 พันล้านดอลลาร์ออกไปจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการเทขายกะทันหัน
นักวิเคราะห์สายกระทิงคาดการณ์ว่าราคา Bitcoin มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว โดยมีปัจจัยมหภาคหลายอย่างเป็นแรงหนุนสำคัญที่อาจช่วยลดผลกระทบด้านลบจากการกระจายเหรียญของ Mt. Gox ได้ ประการแรกคือ ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงและเปิดโอกาสให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นสู่ระดับ 150,000 ดอลลาร์ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ ความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังช่วยปรับปรุงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดโลก ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตลาดหุ้นและคริปโต ขณะเดียวกัน ปริมาณเงินในระบบ (Global M2 Money Supply) กำลังเร่งตัวขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020